[FIC] in remember [4.1/?]
posted on 19 May 2011 22:29 by kindiieTitle: in remember [4.1/?]
Pairing: Tempo x G-dragon
Author: kindiie
Rating : PG (?)
Genre : Drama Horror
Note : คือ...เปลี่ยนจากดราม่าเป็นสยองขวัญตั้งแต่ตอนนี้ไปเรื่อยๆก่อนนะคะ
……………………………………………………………
ความเดิมตอนที่แล้ว...
“ลงไปนอนในนั้นดีกว่านะ...ซึงฮยอน”
เสียงเย็นๆนั้นเอ่ยกระซิบข้างหูเขา ฉับพลันเขาก็รู้สึกราวกลับว่ามีแรงกระแทกอย่างแรงมากระแทกที่หน้าอกของเขา เขารู้สึกว่าแรกผลักนั้นช่างมากมายมหาศาล ในโสตประสาทได้ยินแต่เสียงลมที่พุ่งผ่านตัวเขา หัวใจถูกควบคุมด้วยความหวาดกลัว ร่างสูงกำลังดิ่งลงสู้เหวที่มีแต่ความมืดมิดที่เขาเกลียดชัง
แสงเริ่มจางหายไปทุกที พลันทุกสรรพสิ่งก็มืดดับลง พร้อมกับสติที่ลางเลือน
.
.
.

ความเจ็บแปลบแล่นเข้ามาสู่ห้วงคำนึงของซึงฮยอนทันทีที่เจ้าของร่างสูงเริ่มรู้สึกตัว เปลือกตาค่อยๆปรือขึ้นอย่างช้าๆ ซึงฮยอนเลือกที่จะเปลี่ยนท่านอนแทนที่จะนั่ง ขมับของเขากำลังร้อนผ่าวราวกับไปอังไฟมาก็ไม่ปาน มือหนาเคลื่อนไปสัมผัสยังขมับข้างนั้นก่อนที่เรียงปากหยักสวยจะครางออกมาด้วยความเจ็บปวด
“บ้าจริง...เรื่องพรรค์นี้” ซึงฮยอนเผลอสบถออกมาเมื่อความทรงจำสุดท้ายเริ่มปรากฏเด่นชัดในความทรงจำ
น้ำเหลวข้นยังคงค่อยๆซึมออกมาจากรอยแผล ซึงฮยอนพยายามที่จะสัมผัสบาดแผลอีกครั้ง แต่เขาจำที่จะต้องหยุดการกระทำของเค้าไว้เพียงแค่คิดเมื่อหูของเขาได้ยินเสียงครืดคราดเหมือนคนกำลังลากของหนักแว่วเข้ามาเรื่อยๆ
ดวงตาคมเบิกกว้างอย่างตระหนกก่อนที่จะหันรีหันขวางไปทางต้นเสียง หัวใจของเขาเต้นแรงซะเสียจนเกรงว่าจะดังออกมาจากอก มือหนาสั่นระริกพยายามคลำเป้ข้างหลังเพื่อที่จะหยิบไฟฉายขึ้นมาส่องทาง ทันทีที่เจอไฟฉายซึงฮยอนก็ไม่รีรอที่จะกดสวิตช์มัน แสงเดียวจากไฟฉายค่อยๆส่องไปยังรอบกายเพื่อตรวจหาสิ่งผิดปกติ
เสียงครืดคราดยังคงดังสม่ำเสมอมาจากทางด้านหลัง อย่างน้อยซึงฮยอนก็มั่นใจว่ามันดังสม่ำเสมอจนถึงเมื่อซักครู่ เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นฟืดฟาดอยู่ใกล้หูข้างหนึ่งของเขา ไหล่หนาของซึงฮยอนสั่นอย่างเลี่ยงไม่ได้เมื่อไหล่ข้างหนึ่งของเขาถูกสัมผัสด้วยอะไรสักอย่าง
ดวงตามคมปิดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ความหวาดกลัวทำให้ร่างกายของเขาเย็บวาบไปทั่วร่าง ขอบตาร้อนผ่าวในขณะที่ยังคงปิดตาสนิท หน้าอกของเขาถูกสัมผัสอย่างแผ่วเบาราวกับลมที่พัดผ่าน ไร้ซึ่งความอบอุ่นที่ร่างกายของมนุษย์พึงจะมี เส้นขนทั่วทั้งร่างลุกกราวขึ้นมาเมื่อมีบางสิ่งที่เย็นเฉียบมาสัมผัสมือของเขาเอาไว้
“ร้องเสียงดังเขียว” เสียงที่ทำให้ซึงฮยอนต้องสะดุ้งอีกครั้ง เมื่อความรู้สึกกำลังบอกเขาว่าเสียงที่กระซิบแผ่วนั้น ไม่ใช่มนุษย์เหมือนเขา
ซึงฮยอนพยายามเบี่ยงตัวหลบ หากความพยายามของเขากลับสูญเปล่าเมื่อเสียงหายใจนั่นมาดังอยู่ตรงหน้า น้ำลายถูกกลืนลงคออย่างอยากเย็น พอๆกับเหงื่อที่ผุดผาดอยู่เกลื่อนหน้าผากทั้งๆที่อากาศหนาวเหน็บจนถึงขั้นติดลบ
“ลืมตาสิ...” เสียงนั้นยังคงแผ่วเบา หากแต่ในน้ำเสียงซึงฮยอนกลับเกิดความรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาอย่างประหลาด
เปลือกตาของซึงฮยอนค่อยๆเปิดขึ้นก่อนที่จะผงะอย่างตกใจ เมื่อใบหน้าองคนตรงหน้าอยู่ห่างจากหน้าเขาแค่ปลายจมูก ด้วยสัญชาติญาณซึงฮยอนรีบผละออกห่างทันที ก่อนที่จะรวบรวมความกล้าส่องไฟไปทางที่คนๆนั้นนั่งอยู่เมื่อสักครู่
แทบจะทันทีที่เขาเห็นหน้าของอีกคนก็บังเกิดความโล่งอกขึ้นมาทันที แน่หล่ะ ก็ในเมื่อคนที่ทำเขาปากสั่นตัวหนาวมาตั้งนาน คือเพื่อนรัก คนที่เขายกให้มันเป็นเพื่อนตายอย่าง ทง ยองเบ ซึงฮยอนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจทันที
“นาย...ร้ายมากนะที่ทำให้ฉันรู้สึกกลัว” ซึฮยอนตำหนิเพื่อนรักเล็กน้อยก่อนที่จะก้มลงไปเก็บเป้ที่กั้นตัวของเขากับยองเบ
ทว่าไร้ซึ่งคำโต้ตอบจากอีกคน ซึงฮยอนขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างงุนงงก่อนที่จะหันไปมองหน้าเพื่อนที่ไร้ซึ่งสีเลือดฝาด มือหนาเคลื่อนไปสัมผัสยังหน้าผากของยองเบ ก่อนที่จะรีบชักกลับทันทีเมื่อรอยสัมผัสนั้นมีเพียงแต่ความเย็น ราวกับว่าตัวของเพื่อนรักไม่มีเลือดไหลเวียนอยู่
ซึงฮยอนเลือกที่จะกวาดแสงไฟไปรอบๆกายอีกครั้งเมื่อเขาไม่เห็นอีกคนหนึ่งอยู่ด้วย...
“ซึงรีละ ? ฉันจำได้ว่า ครั้งสุดท้าย เด็กนั้นอยู่กับนาย” ซึงฮยอนเอ่ยถามพลางส่องไฟไปที่หน้าของยองเบอีกครั้ง
“เป็นห่วงด้วยเหรอ ?”
“ฉันต้องถามนายมากกว่า...เด็กนั่นนายดูแล” ซึงฮยอนว่าพลางเดินเข้าไปใกล้ตัวยองเบ
วูบเดียว...เพียงแค่วูบเดียวเท่านั้นที่ซึงฮยอนรู้สึกว่ายองเบไม่ใช่ยองเบ เพียงแค่เหลือบไปสบกับดวงตาของอีกฝ่ายเหมือนกับว่าตอนนั้นเขาเห็นใครอีกคนซ่อนทับอยู่ ดวงหน้าที่เขาคุ้นเคย และโหยหามาตลอด ตั้งแต่วันที่พลัดพราก...
“จี...ยง”
ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยคำใดๆออกมา บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบ หากมีเพียงแค่เสียงหายใจครืดคราดขของยองเบเท่านั้นที่ดูจะป็นเสียงเดียวที่ยังคงดำเนินอยู่สม่ำเสมอ ยองเบเพียงแค่คลี่ยิ้มให้ซึงฮยอนเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนที่จะเดินสวนร่างของเขาไปอีกทาง
“ตกลงมาจนตาเพี้ยนเหรอ ?” ยองเบหยุดเดินก่อนที่จะเอ่ยถามเขาออกมา คล้ายจะขบขันแต่ซึงฮยอนก็สามารถจับสังเกตได้ว่าเสียงของยองเบดูขมขืน แต่เขาก็ไม่อาจหาสาเหตุได้ว่าทำไมเขาจึงรู้สึกเช่นนั้น
อุณหภูมิเริ่มลดต่ำลงจนทำร่างกายของซึงฮยอนสั่นเทา สองเท้าที่ก้าวเดินตามคนข้างหน้าเริ่มแข็งจนก้าวไม่ออก มือที่ปราศจากถุงมือของเขาเริ่มเจ็บที่ปลายนิ้ว หยดเลือดไหลซึมออกมาจากรอยแยกของเนื้อ แผลที่ขมับของเขาเริ่มปวดเล็กน้อย เขารู้ตัวดีว่าอีกไม่นานพิษไข้อาจจะเข้ามาเล่นงานเขา
ซึงฮยอนเหลือบไปมองยังแผ่นหลังของยองเบ หากแล้วก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อเพื่อนของเขาดูเหมือนจะเดินไปไกลจากเขาเรื่อยๆ แต่เขากลับไม่อาจก้าวเดินได้ ความหนาวกำลังทำให้เขาหวาดกลัว เป็นครั้งแรกที่ซึงฮยอนรู้สึกว่าความตายนั้นใกล้เพียงแค่มือสัมผัส
“ยองเบ...ยองเบ !!” ซึงฮยอนพยายามตะโกนเรียกเพื่อนที่เดินทิ้งระยะไปไกล หากแต่ภาพที่เขาเห็นกลับไม่ได้เป็นแบบที่เขาคิด
หน้าที่เขาคิดว่าจะเป็นของยองเบกลับแปลเปลี่ยนเป็นหน้าของซองมิน เสียงกรีดร้องแห่งความทุกข์ทรมานดังเสียดอากาศขึ้นมาทำให้เขาต้องยกสองมือขึ้นมาอุดหูไว้ เสียงร้องไห้อย่างอาดูรดังก้องขึ้นมาในหูของเขาราวกับต้องการที่จะบอกให้เขารู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นเศร้าโศกและเจ็บปวดเยี่ยงไร
“ไม่เอา...ไม่...ออกไป” ซึงฮยอนทำได้แค่เพียงเอ่ยไล่เท่านั้น
หยาดน้ำตาค่อยๆหลั่งรินลงมาพร้อมกับร่างกายที่คล้ายจะหมดแรงไปเสียดื้อๆ ทุกสิ่งอย่างยังคงดำเนินไปเรื่อยๆกระทั่งทุกอย่างเงียบสงัดหลงเหลือเพียงแค่เสียงสะอื้นของตัวเขาเองเท่านั้น เหตุการณ์ต่างๆถาโถมเข้ามาสู่ใจเขาอีกครั้ง เสียงสะอื้นดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ซึงฮยอนนั่งกอดเขาตัวเองแน่นก่อนที่จะต้องผงกหัวขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่ามีบางสิ่งร่วงลงมากระทบกับแก้มของเขา
มือหนาเคลื่อนไปแตะจุดที่ถูกกระทบก่อนจะเขาจะพบว่าเป็นบางอย่างที่มีกลิ่นคาวเหมือนกับเลือด เขาค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปข้างบน ก่อนที่จะเบิกตากว้างเมื่อพบว่าหน้าของซองมินอยู่ให้หน้าเขาเพียงปลายจมูก เสียงร้องอย่างตกใจของซึงฮยอนเร่งให้น้ำตาขอเขาไหลหนักมากยิ่งขึ้นเคล้ากับเสียงหัวเราะเย็นยะเยือกของซองมิน ที่เหลือร่างเพียงครึ่งตัว
ซึงฮยอนไม่สามารถบังคับร่างกายของตัวเองให้เป็นไปดังใจได้ เสียงหัวเราะของซองมินยังดังยะเยือกอยู่ข้างหูของเขา ความกลัวเพิ่มขึ้นเท่าทวีเมื่อหูของเขาถูกลิ้นชุ่มของซองมินเลียชิมรส เสียงสะอื้นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ซึงฮยอนจะสามารถร้องออกไปได้
“กลัวเหรอ...เพื่อนรัก” ซองมินเอ่ยถามพลางจ้องเข้าไปยังดวงตาคมดุที่บัดนี้เริ่มหม่นแสงลงด้วยความหวาดกลัว
ซึงฮยอนกำมือเข้าหากันแน่นก่อนที่จะพยามยามรวบรวมแรงทั้งหมดวิ่งไปยังทางที่มืดมิดเบื้องหน้า เสียงฝีเท้าดังก้องไปทั่วกระทั่งซึงฮยอนแน่ใจว่าหนีพ้นแล้ว เขาพยายามบังคับให้เสียงหอบของตัวเองเบาลง ก่อนที่จะหันหน้าไปสำรวจรอบๆเพื่อความแน่ใจอีกครั้งว่ามีเขาอยู่เพียงคนเดียว
“เหนื่อยเหรอ”
ร่างของซึงฮยอนเกร็งขึงทันทีที่สิ้นเสียงนั่น เป้ที่ถ่วงหลังเขาตลอดเวลากลับแปลเปลี่ยนเป็นร่างกายครึ่งทนบนของซองมิน สายกระเป๋าเปลี่ยนเป็นแขนที่โอบรอบคอ หน้าของซองมินอยู่ใกล้กับหน้าของเขามากเสียจนเพียงแค่หันไปก็จะสบตากัน กลิ่นเหม็นคละคลุ้งลอยตลบไปหมดจนทำให้เขาเวียนหัว
“ถ้านายวิ่งไปอีกหน่อยก็เจอ...ทางออก” ซองมินว่าพลางยกแขนของซึงฮยอนที่นิ่งราวกับถูกหยุดเอาไว้
“ความตายไม่น่ากลัวเลย...นายแค่หนาว...และอ้างว้างเท่านั้น” เสียงแหบแห้งยังดังแผ่วอยู่ข้างหู
“มาเล่นกันเถอะ...ซึงฮยอน”
♔ TBC ♔
♔ หายไปนานเนอะ...แถมยังสั้นอีก
♔ พาร์ทนี้ต้องเบาๆน้อ...พาร์ทหน้าจะกว่านี้นิดนึง
♔ เรารัก ฮวา #สาวชอบอวย
♔ ใครซ่อนตัวอยู่ออกมาเถอะคะ
♔ ขอบคุณคะ


